HEART. DESTINY. Does it really exist ?
- AIM EI P.

- Jan 28, 2019
- 2 min read
ไม่มีทางเกิดบุพเพสันนิวาสด้วยหัวใจ ในชีวิตจริง

“ ฟ้าดินแยกเราเท่าไรไม่ขาด ภพชาติพรากเราห่างกันไม่ได้ เมื่อบุพเพสันนิวาสมั่นหมายให้เจอ ”
จริงหรือ ?
ถ้าฟ้าดินแยกเราขนาดนั้น ภพชาติพรากเราห่างกันขนาดนี้ เรามาเจอกันแค่เพราะ หัวใจ สั่งให้เรามาเจอกันจริงหรือ ?
เราคิดกันจริงๆหรือว่าพระเอกผู้สูงศักดิ์ในอดีตชาติจะเลือกนางเอกจากไหนไม่รู้ด้วยหัวใจ เราคิดจริงๆหรือว่าเรากับคนรักในชีวิตเป็นเพราะพระเจ้าจัดสรรมา หากคุณคิดว่าฟ้าดินกำหนดมาให้รักใครสักคน คนเดียวทุกชาติภพไป มนุษย์เราควรมีปัจจัยในการมีบุพเพสันนิวาสมากกว่านั้นไม่ใช่หรือ เหตุและผลเป็นปัจจัยกำหนดเราต่างหาก ไม่ใช่เพราะสวรรค์หรือหัวใจกำหนด
บุพเพสันนิวาส กล่าวว่า คุณจะรู้ทันทีว่าใครคือเนื้อคู่ของคุณ เมื่อเผลอสะดุดไปสบตากันครั้งแรก แบบเดียวกับเกศสุรางค์ที่สะดุดสบตากับคุณหมื่น ถ้าเป็นอย่างนั้น หากเราจะเชื่อในคำกล่าวที่ว่า บุพเพสันนิวาส คือการที่เราเจอกับคนๆนึงที่จะรอเราทุกชาติภพไป และรักเราเพียงคนเดียวเท่านั้น โดยมีอำนาจเหนือโลกมหัศจรรย์ อย่างฟ้าดิน เป็นคนจัดสรรว่าเราต้องรักกัน นั่นเป็นการจำกัดว่า การที่เรารักใครสักคนนึงมันไม่เกี่ยวกับสาเหตุอื่นเลย นอกจากฟ้าส่งมาให้รักกัน และหัวใจสั่งให้รัก คุณจะมองข้ามทุกคุณสมบัติในชีวิต และการกระทำทุกสิ่ง ลดทอนคุณค่าของเรื่องราวในชีวิตมนุษย์ลงมาเหลือแค่ปัจจัยจากหัวใจและสวรรค์กำหนด เท่านั้นหรือ ?
หากบุพเพสันนิวาสจะเกิดในความเป็นจริง ความเป็นไปได้เดียวก็คือเกิดจากสาเหตุรอบตัวเรา เกิดจากกฏแห่งความเป็นเหตุเป็นผลสากลไม่ใช่จากจิตหรือหัวใจเราเพราะนั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีจริง

อย่างแรกบุพเพไม่ได้เกิดจากจิตใจ เพราะบุพเพต้องเกิดจากสายโซ่ของเหตุผล และกฎทางฟิสิกส์ที่อธิบายทุกอย่างได้ โดยดูจากตัวอย่างแม่หญิงการะเกดที่การกระทำในอดีต บวกกับกฎทางฟิสิกส์พาเธอมาอยู่ในจุดที่ทำให้ได้รักกับพี่หมื่นมองผ่านโลกทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ เราไม่สามารถลดทอนทุกอย่างลงมาแล้วโทษที่หัวใจได้ ในโลกความเป็นจริง มนุษย์เราไม่มีเจตจำนงเสรีหรือจิต ที่สามารถรักใครอย่างไร้เงื่อนไขแบบในนิยายได้ หากเราจะมีบุพเพสันนิวาส จริงๆ นั่นย่อมเกิดจากสาเหตุและการกำหนดจากสิ่งรอบตัวที่ผ่านมาเท่านั้น บุพเพสันนิวาสของเราไม่ถูกกำหนดโดยอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกอย่าง ดิฉันมองว่าเราถูกกำหนดโดยสาเหตุ วิทยาศาสตร์ และ กฏของเอกภพ ต่างหาก
หากคุณเชื่อว่าความรักเกิดขึ้นเพราะ มนุษย์เลือกจะรักเองจากหัวใจตนเอง หรือจากเจตจำนงเสรีของตนเอง คุณคิดว่ามนุษย์กว่าแปดพันล้านคนบนโลกของเรา สามารถคิดเองทำเอง มีทางเลือกได้ทุกอย่างเลยหรือ อย่างนั้นการมีทางเลือกที่จะรักของคนนี้ ก็ต้องไปกระทบทางเลือกของอีกคน จนเกิดความวุ่นวายกันไปหมด
เราเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ตัวเล็กๆ น้ำหนักเฉลี่ยกันเพียงแค่ 62 กิโล เราก็เป็นเพียงสสารมวลเล็กๆ เหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่น เหมือนกับต้นไม้ ทะเล ดวงดาว ทุกอย่างล้วนเป็นสสาร ย่อมอยู่ภายใต้กฏฟิสิกส์ สะดุดก็ล้ม กระโดดตึกก็ตาย และเมื่อเราเป็นเพียงสสารภายใต้แรงโน้มถ่วงโลก เราสามารถมีพลังอำนาจในการควบคุมทุกสิ่งได้ดังใจขนาดนั้นเลยหรอ การที่สาเหตุการกระทำในโลกทุกอย่างมาจากแต่ละคนมันเป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างไม่สามารถเกิดที่เราจบที่เราในสารเคมีของสมองเราอย่างที่เสรีภาพนิยมว่า

ในทัศนะของฉัน เราอยู่ภายใต้กฏการเคลื่อนที่ต่างหาก บนฐานของกลศาสตร์ ทุกอย่างเชื่อมกันด้วยแรงขับ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นต้องมีสาเหตุ ดังนั้นการจะเลือกรักใครสักคนของเรา การได้พบเจอคนรัก แม้จะเป็นเหตุการณ์เพียงเล็กน้อย ก็มีสาเหตุเป็นลำดับขั้น เป็นสายโซ่ร้อยเรียงกันมา ทุกอย่างเชื่อมโยงกันจากจุดเริ่มต้น สัมพันธ์เชื่อมเป็นเหตุเป็นผล ถูกกำหนดให้ทำเพื่อการดำรงอยู่ของเอกภพ เหมือนกับภัยธรรมชาติ และการเคลื่อนที่ของหมู่ดาว ถ้าหากว่าเราถูกสร้างขึ้นมาจากฝุ่นผงเดียวกับดวงดาวในเอกภพ แล้วทำไมเราจะเคลื่อนที่ ตัดสินใจ พบเจอ เลื่อนผ่านภายใต้กฏแรงผลักอย่างเช่นเดียวกับดวงดาวไม่ได้ล่ะ
หากพูดในระดับที่นึกภาพได้มากกว่ากฏแรงโน้มถ่วง เราถูกกำหนดมาให้รักใครสักคนด้วยเหตุปัจจัยภายนอกอยู่แล้ว จากการกระทำของเขา และ การกระทำของเรา ที่ล้วนประกอบขึ้นมาจาก การกำหนดของสาเหตุเหตุรอบตัวเรา ผ่านตัวกำหนดทางสังคมวิทยาต่างๆ ตั้งแต่ ตัวกำหนดทางเทคโนโลยี สิ่งรอบตัวของคุณ หรือ ตัวกำหนดทางความรู้ หรือจะเป็นตัวกำหนดทางชีววิทยา พันธุกรรมของเรา ตัวกำหนดจากเศรษฐกิจ สังคมมีรากเหง้าอย่างไร คุณจะบอกว่าปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้กำหนดชีวิตของคุณ แล้วคุณเป็นคนกำหนดผลกระทบเหล่านั้นด้วยจิตคุณหรอ ?
เพราะหากมองกรณีการพบเจอกับบุพเพสันนิวาสอย่างในละคร หากเกศสุรางค์ไม่ได้สลับไปเข้าร่างการะเกด คุณพี่หมื่นก็ไม่มีทางเลยที่จะรักเธอได้ เพราะพฤติกรรม นิสัย การพูดการจา การกระทำต่างๆ ต่างหากที่เป็นตัวกำหนดให้ทั้งสองได้รักกัน ถ้าบุพเพสันนิวาสนี้ถูกกำหนดมาแล้ว ดังนั้นเขาต้องสามารถรักกันได้ก่อนสลับร่างสิ ไม่ใช่รักกันหลังผ่านการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง จากการกระทำของนางเอก ที่ล้วนประกอบขึ้นมาจาก การกำหนดของสาเหตุผ่านตัวกำหนดทางสังคมวิทยาต่างๆ ความรู้ที่คุณมีก็ด้วย หากเกศสุรางค์ไม่ได้เรียนรู้วิธีการ CPR จะสามารถไปช่วยชีวิตของพี่หมื่นที่จมน้ำในอดีตได้หรือแล้วจะนำไปสู่ความรักได้ไหมหากเธอนั้นไม่ได้ช่วยชีวิตให้เขาได้รักกันต่อ ถ้าเธอไม่กระทำสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ความสดใสประสาคนในสมัยอื่น หรือการที่เธอทำหมูกระทะ ที่กรองน้ำ ปัจจัยที่มาจากการศึกษาของเธอที่มีผลมาจากปัจจัยตัวกำหนดทางเทคโนโลยีและตัวกำหนดทางเศรษฐกิจ การที่เธอมีรากเหง้าทางสังคมต่างจากคนอื่น ล้วนทำให้ความรักของทั้งสองเป็นจริงได้ มากกว่าเรื่องที่หัวใจกำหนดมาให้ทำ

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นและทำให้คนทุกคนรักกัน นั้นอยู่ภายใต้กฏแห่งความเป็นเหตุเป็นผลสากล เรามีสาเหตุที่จะทำอะไรสักอย่าง ที่สามารถย้อนกลับไปหาความเป็นมาได้อย่างยาวไกล เช่นการที่เกศสุรางค์ประสบอุบัติเหตุในวันเดียวกับที่การะเกดในอีกภพชาติตาย จึงได้พบกันและสลับร่างกัน อาจมาจากการที่ เพราะเพื่อนของเธอกลัวผี ขับรถไม่มีสมาธิ เธอกลับดึกกว่าคนอื่น ล้อรถของเพื่อนเธอมันสึก เพราะบริษัทรถลืมเตือนให้ไปเปลี่ยน ... ไปจนถึง เพราะโค้งหักศอกบนถนนสายนั้นมีความผิดพลาดในการสร้างทำให้การหักเลี้ยวลำบากกว่าปกติ และย้อนไปได้ไกลถึงปี 1847 ที่มีการผลิตยางรถยนต์เป็นครั้งแรก และย้อนไปได้ถึงจุดกำเนิดของดิน โลก และ Big Bang ทุกอย่างภายในโลกอยู่ภายใต้กฏความเป็นสาเหตุสากล ทุกอย่างมีเหตุและมีความเป็นไปได้ที่จะไปเป็นเหตุของอันอื่น แม้เราจะคิดว่าเราเลือก แต่สภาวะการณ์ก่อนหน้านั้นต่างหากที่มากำหนดเรื่องนั้นๆ
ในโลกความเป็นจริงไม่มีการสลับร่างอย่างในละคร ก็เช่นกันคุณไม่สามารถยอมรับหรอกว่า คุณเลือกทานข้าวเช้าเพียงเพราะคุณเลือกทานตอนนี้ อย่างที่เสรีนิยมบอกว่าเราเลือกเพียงตอนนั้น และหากคุณอย่างที่ Principle of alternate possibilities กล่าวไว้ ว่าคุณมีทางเลือก ที่จะทานข้าวต้ม หรือทานก๋วยจั๊บ คุณย้อนกลับไปเลือกได้มั้ยล่ะ
คำตอบของคุณก็จะเป็น เลือกได้ ถ้าย้อนกลับไปได้ แต่นั่นก็เป็นเพียง ถ้า เพราะเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นแล้ว คุณย้อนกลับไปเลือกไม่ได้ ความจริงคือสิ่งที่เป็นอยู่นี้ ชีวิตของคุณทั้งหมดเกิดจากทุกทางเลือกที่เหล่านิยัตินิยมแบบอ่อนบอกว่า ถ้าเขาย้อนกลับไปเขาก็เลือกอีกอันนึงได้ แต่คุณเลือกไม่ได้แล้ว ชีวิตกำหนดให้คุณเลือกอย่างนี้มาแล้ว เราไม่สามารถทำแบบอื่นนอกจากที่เราอยากทำได้ เพราะเราทำมันไปแล้วในชั่ววินาทีนั้นในอดีต

สอง จิตใจที่ไม่ใช่สมองและหัวใจ (heart) ที่เป็นแค่ปั๊มสูบฉีดโลหิตไม่มีอยู่จริง เพราะวิทยาศาสตร์อธิบายได้แล้วว่าจิตใจคือส่วนหนึ่งของกาย โดยมีข้อสนับสนุนคือการศึกษาของนักประสาทวิทยา อารมณ์รักของแม่หญิงการะเกดกับพี่หมื่นแท้จริงจึงเป้นแค่ฟังค์ชั่นของสมองที่จะสืบพันธุ์ และสร้างครอบครัวร่วมกัน ไม่ใช่เสน่หาข้ามชาติแบบที่ในเพลงฟ้าดินสั่งมา เหมือนจะสื่อ เรื่อง จิต หากเรามองว่าหัวใจในรักของเรา หรือจิต เป็นคนเลือก นั่นแทบเป็นไปได้ไม่ได้เลย เพราะจิตไม่มีจริง หากมองผ่านโลกทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ จิตนั้นก็คือสมอง การฝึกฝนเรียนรู้ เกิดจากร่างกายไม่ใช่จิต
เจตจำนงเสรีจึงเป็นไปไม่ได้เพราะการที่มีจิตเป็นสสารอีกรูปแบบหนึ่ง มีการแยกกันของกายกับจิต นั่นแสดงว่ามนุษย์จะต้องเป็นคนควบคุมร่างกาย และทุกสิ่งได้ แต่แม้แต่ร่างกายของตัวเราเอง มนุษย์ยังมีหลายระบบที่ไม่สามารถควบคุมได้ อย่างระบบย่อยอาหาร เราไม่สามารถสั่งให้กระเพาะย่อยอาหารตอนนี้ได้ หรือ ระบบไหลเวียนเลือด ระบบตอบสนองต่างๆ ระบบประสาทและสมอง ที่ทำงานโดยตัวของมันเอง โดยเฉพาะ หัวใจ เราควบคุมการเต้นของหัวใจไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจิตจะมีพลังอำนาจควบคุมการกระทำทุกสิ่งได้อย่างไร ความรู้สึกของเรานั้นจึงเป็นการทำงานของสมอง ไม่ใช่จิตอย่างที่ จิตวิทยาชาวบ้านคิด เพราะจิตวิทยาชาวบ้านเป็นองค์ความรู้ที่หยุดไปนานแล้ว และความคิดเหล่านั้น ก็ได้รับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือได้ จากนักประสาทวิทยาไปจำนวนมาก
จิตของเราเป็นผลจากระบบกายภาพ จิตผ่านการวิวัฒนาการจนอยู่ในรูปแบบของระบบสมอง ที่รู้สึกเพื่อเอาตัวรอด ตามระบบของร่างกาย มีการศึกษาของนักประสาทวิทยา ศึกษาคนไข้ที่ตื่นอยู่ที่กำลังผ่าตัดสมองพบว่าเมื่อมีการนำกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้น ณ บริเวณที่เหมาะสมของสมองส่งผลให้คนไข้รู้สึกอยากที่จะขยับ แขน มือ เท้า หรือแม้แต่ขยับริมฝีปากเพื่อที่จะพูด นั่นแสดงว่าพฤติกรรมของมนุษย์ถูกควบควบด้วยกฎทางกายภาพต่างๆ เช่นนั้นแล้ว เจตจำนงเสรีไม่ได้มีหน้าที่ในการควบคุมมนุษย์แม้แต่น้อย ทัศนะหน้าที่นิยมจึงสามารถอธิบายได้ว่าความรู้สึกหลายอย่างที่เกิดขึ้นในสมองนั้น เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเป็นระบบที่สั่งการโดยไม่ผ่านเจตจำนงของมนุษย์ แต่ทำไปในเงื่อนไขของการจัดการเชิงหน้าที่ เช่น ความรู้สึกเจ็บปวด เพื่อส่งไปคำสั่งต่อไป ให้กังวลหรือกรีดร้อง ความรู้สึกรักจึงอาจเป็นเพีงการหลอกของร่างกายเรา เพื่อส่งต่อไปสู่หน้าที่ในการสืบพันธุ์ การรู้สึกผูกพัน หรือเพียงความรู้สึกดีๆที่เกิดจากสารเคมีในร่างกายและสมอง

อาจมีข้อโต้แย้งได้ว่าการบังเอิญมาพบกัน หรือการที่เราเจอคนที่เข้ากับเราได้โดยบังเอิญ โดยไม่ได้เหตุและปัจจัยใดๆเลย เพราะไม่เคยเจอกันมาก่อนหรือบทบาทในชีวิตไม่สามารถส่งให้มาพบกันได้ แต่ก็มาพบกันได้ นั่นเป็นบุพเพสันนิวาส ฟ้าดินส่งมาให้รักกัน แต่ในกรณีนั้นแล้วเราสามารถแย้งกลับได้ว่า การพบกันนั้นอยู่ภายใต้ ทฤษฎีกฏแรงดึงดูด ที่ว่ากฏของพลังงานจักรวาลและปรากฏการณ์เชิงพลังงานของโลกตามควอนตัมฟิสิกส์ (Quantum physics) มีอิทธิพลต่อสัมพันธภาพของมนุษย์ หากอธิบายง่ายๆ เมื่อเราสนใจ ถนัด ในสิ่งคล้ายๆกัน ก็จะดึงดูดความสัมพันธ์ของคนที่คล้ายกันเข้ามาใกล้เราได้มากขึ้น และ เมื่อบวกเข้าไปกับ กฎของการเกิดขึ้นของสถานการณ์ กลไกทางพลังงานของการสำนึกรู้ หลายๆอย่างแล้ว ก็สามารถเกิดการพบเจอกันของคนสองคน และสามารถก่อเกิดสายสัมพันธ์กันได้ โดยไม่มีปัจจัยจากหัวใจในหนังรัก หรือฟ้าดินในเพลงมาเกี่ยวข้อง
สุดท้ายแล้ว การเป็นบุพเพสันนิวาสของคนเรา ก็เกิดขึ้นจากการประกอบร่างจากเหตุผลต่างๆ อย่างแม่การะเกดและพี่หมื่น ที่ต้องเรียนรู้ ปรับตัว เข้าหากันและกัน ความประทับใจ ความรักล้วนเกิดขึ้นมาการกระทำต่างๆ และเรื่องราวในชีวิตที่เรียงร้อยจนดำเนินมาพบกัน แรงผลักของโลกที่ส่งคนสองคนมาเจอพบสบตา ในโลกใบนี้ ภายใต้กฏแรงโน้มถ่วงของจักรวาลนี้ เพื่อโคจรรอบกันและกัน เป็นบุพเพสันนิวาสที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิต ความคิด และ การกระทำ ไม่ใช่จากฟ้าดิน หรือ หัวใจใครเพียงดวงเดียว



Comments