top of page
Search

DISNEY PRINCESS AND GIRL'S WORLD

  • Writer: AIM EI P.
    AIM EI P.
  • Jan 18, 2019
  • 2 min read

Updated: Jun 3, 2020

HOW DISNEY PRINCESS CHANGE SOCIAL WORLD FOR GIRLS


A dream is wish your heart makes ?


หากถามว่า มนุษย์เรานั้นถูกหล่อหลอมด้วยอะไร ความฝัน และ ความหวังของเรา คำตอบสำหรับดิฉันคงเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก สังคม สังคมประกอบสร้างเราขึ้นมา หล่อหลอม Social World ให้กับเรา โลกแห่งความเป็นจริงของเราล้วนถูกประกอบสร้างจาก ประสบการณ์ทางอ้อม (Indirect experience)


ตัวตนของผู้หญิงอย่างดิฉันในโลกศตวรรษที่ 20 ล่ะ? เครื่องมือทางวัฒนธรรมมีส่วนสำคัญในการประกอบสร้างสตรีในยุคนี้ และเครื่องมือทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดสำหรับดิฉัน ที่เรามองเห็นเชิงประจักษ์ถึงบทบาทในชีวิตสตรีมากที่สุด ก็หนีไม่พ้น ภาพยนตร์ เรามองดูหญิงสาวหลายคน เผชิญหน้าสถานการณ์ต่างๆ เห็นวิธีการตัดสินใจ เราดูมันผ่านจอ และประกอบภาพความจริง Social Reality ผ่านสิ่งเหล่านั้น


วิถีทางวัฒนธรรมของสตรีถูกนำโดย สื่อ และสื่อชุดแรกๆในชีวิตที่จะได้รับเพื่อมาสร้าง major source of knowledge ในขอบเขตทางเพศของตนเองล่ะก็ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งนั้นของเด็กสาวแทบทุกคนคือ การ์ตูนเจ้าหญิงดิสนีย์ แอนิเมชั่นสวยงาม เพลงอันไพเราะ ชวนให้เคลิ้มฝันถึงชีวิตเจ้าหญิงอันแสนสวยงาม ล้วนแล้วแต่มีความหมายบางอย่าง บทบาทหน้าที่บางอย่างที่ซ่อนอยู่ และส่งผลต่อปรัชญาความคิดของสตรีในทุกวันนี้



Disney Princess Animation เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1937 เปิดตัวด้วยเรื่องของสโนว์ไวท์ และตามอีก 10 เรื่องในช่วง 7 ทศววรษที่ผ่านมา Classic Disney Princess 6 เรื่องหลัก ที่ดิฉันมองว่ามีผลต่อการพัฒนาเชิงความคิดและเชิงปรรัชญา อย่าง เจ้าหญิงสโนว์ไวท์(Snowwhite) ทำเงินกว่า $1.3พันล้าน ในปี 1937 มากที่สุดในประวัติศาสตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น หรือ เจ้าหญิงซินเดอเรล่า(Cinderella) เจ้าหญิงนิทรา(Sleeping Beauty) เจ้าหญิงเงือกน้อย (Ariel The little Mermaid) เจ้าหญิงเบลล์ (ฺBeauty and the beast) และ เจ้าหญิงจัสมิน (Aladdin) ที่หากรวมรายได้ทั้งหมดแล้วนั้นมีมูลค่ามากกว่า 4,391,388,316 ดอลล่าห์สหรัฐ หรือ 153,698,591,060 บาทไทย เป็นรายได้มากกว่าภาพยนตร์ที่ทำเงินมากที่สุดของโลกถึงสองเท่า ซึ่งแปลว่ากลุ่มการ์ตูนเจ้าหญิงดิสนีย์คลาสสิคเข้าถึงคน มากกว่ากลุ่มการ์ตูนดิสนีย์ในระยะหลัง และมีอิทธิพลต่อการสร้างโลก social reality เป็นอย่างมาก


นอกจากรายได้นั้น ยังไม่นับแผ่นซีดี มากมายที่เด็กสาวทุกคนมีติดบ้าน การดูซ้ำแล้วซ้ำอีกผ่านจอทีวี เด็กสาวทั่วโลกได้ดูเรื่องราวของเจ้าหญิงดิสนีย์ วัฒนธรรมเจ้าหญิงจะสอนสิ่งใดให้กับเรา หากวิเคระห์ผ่านเชิงสังคมวิทยาแล้ว เจ้าหญิงดิสนีย์ได้ประกอบสร้างปรัชญาความคิดอะไรให้สตรีบ้าง ในบทความนี้ ดิฉันจะวิเคราะห์ประกอบกับบทสัมภาษณ์จากผู้หญิงที่เคยดูและชื่นชอบการ์ตูนเจ้าหญิงดิสนีย์ทั้ง 6 เรื่อง


Sexuality saves life


หากมองจากเรื่องราวของเจ้าหญิงทั้งหลายแล้ว เจ้าหญิงทั้ง 6 ได้ใช้เครื่องมือเดียวคือ เพศ ของตน ในการช่วยเหลือเธอ ไม่ว่าจะในมุมมองของ เพศสภาพ ความงามของสตรี หรือบทบาททางเพศ ที่เจ้าหญิงแสดงออกมาในเรื่อง


ความงามมีส่วนช่วยชีวิตเจ้าหญิงทุกคน ความงามเป็นเครื่องมือของเธอตั้งแต่ สโนว์ไวท์ ที่เมื่อเธอสวยงามเกินไปจนสั่งปลิดชีวิต ความงามของเธอที่ไปแตะตาเจ้าชายรูปงามก็เป็นสิ่งเดียวที่ช่วยฟื้นชีวิตเธอขึ้นมาในท้ายที่สุด หรือจะเป็น ออโรร่า เจ้าหญิงนิทรา เธอสลบไปเพราะคำสาป แต่ก็มีชีวิตขึ้นมาได้อีกครั้ง เพราะความงามที่ทำให้เจ้าชายไปมอบจุมพิตรักแท้แด่เธอ หรือว่า ซินเดอเรลล่า ที่ หากคุณสวยมากพอ ที่เจ้าชายจะหลงรักภายในข้ามคืน คุณก็จะสามารถหลบหลีกไปจากสภาพชีิวิตอันโหดร้ายอย่างการเป็นคนรับใช้ในบ้านตัวเองได้ไม่ยาก หรือ เอเรียล เจ้าหญิงเงือกน้อย ที่ยอมเสียสละหางของเธอ เพื่อแลกกับขา เพื่อเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก เพื่อได้ครองคู่กับเจ้าชาย




การที่ภาพยนตร์เด็ก ได้ฉายภาพเหล่านั้นว่า ความงามของหญิงสาว เป็น only salvation ก็มีส่วนในการประกอบสร้าง Ideology ต่างๆเกี่ยวกับการเป็นเด็กสาว เธอต้องสวยเพื่ออะไรบ้าง การสร้างปรัชญาให้การเป็นผู้หญิงในการดูแลรักษาความงามไว้ นอกจากนี้ หากมองข้ามเรื่องความงาม การ์ตูนเจ้าหญิงดิสนีย์ยังทำให้เห็นว่า เพศเป็นเครื่องมือเดียวของสตรี ผ่านบทบาทในเรื่อง อย่าง เจ้าหญิงเบลล์ที่ ท้ายที่สุดแล้ว บทบาทในการช่วยชีวิตอสูรให้ได้กลับมาเป็นเจ้าชายรูปงามได้นั้น ก็มีเพียงการเป็นผู้หญิงของเธอ ที่ทำให้อสูรรักเธอ และเธอก็ไม่ได้ใช้ความสามารถอื่นใดเลย


นอกจากนี้แล้ว ดิสนีย์ยังแสดงให้เห็นถึงประเด็นการสร้าง Gender Roles ของสตรี สโนว์ไวท์ หลังจากต้องหนีจากความตายที่แม่มดใจร้ายยัดเยียดให้เธอ เธอไม่มีที่อื่นจะไปนอกจากกระท่อมคนแคระ ข้อเสนอที่สโนว์ไวท์หยิบยื่นให้คนแคระก็คือการที่เธอจะเป็นแม่บ้าน ปัดกวาดเช็ดถู ทำอาหารให้ นั่นเป็นเพียงหนทางเดียวที่เธอจะอาศัยอยู่ใต้ชายคานั้นได้ แต่แล้วทำไมเธอต้องหลีกหนีชีวิตที่เหมือนกับการเป็นทาสทำความสะอาดในปราสาทของแม่มดใจร้าย มาเพื่อทำสิ่งเดิมเพื่อคนแคระล่ะ


นอกจากสโนว์ไวท์ เจ้าหญิงอีกคนที่โดดเด่นในบทบาทการทำงานบ้าน ก็คือ ซินเดอเรลล่า เธอเป็นเสมือนคนใช้ในบ้านของแม่เลี้ยงใจร้าย ไม่เรียกร้องอะไรไปมากกกว่านั้น บทบาทนี้มีส่วนสะท้อน influence ให้เห็นถึงบทบาทของสตรี ในวัยสาวคือการเตรียมการเพื่อจะเป็น แม่บ้านที่ดี เพื่อสามีในอนาคต แสดงให้เห็นการผูก Gender roles การเป็นแม่บ้านไว้กับหญิงสาว การทำงานบ้านจะช่วยเธอได้ ‘ไปอยู่บ้านใคร ใครเขาก็รัก’ เมื่อหมดหนทางนอกจากความงามแล้ว เครื่องมืออีกอย่างที่เธอมีก็จะเป็นการทำงานบ้านนั่นเอง



บทบาทเหล่านั้นประกอบสร้างความคิดที่ว่า ผู้หญิงควรจะอยู่ในบ้าน อยู่ดูแลในสถาบันสุดท้ายของสังคม ตามหลักของ เฮเกล อย่างงานบ้านงานเรือน หน้าที่ของผู้หญิงคือปัดกวาดเช็ดถู มีเสน่ห์ปลายจวัก และนั่นจะเป็นคุณค่าที่บุรุษจะเห็นว่าดี อย่างในซินเดอเรลล่าภาคต่อจากนั้น เมื่อเธอได้เข้าไปอยู่ในวังแล้ว การที่เธอจะยังคงปัดกวาดเช็ดถูเหมือนก่อน ก็ทำให้คนในวัง รักชอบเธอ และเจ้าชายชื่นชม โลกดิสนีย์ประกอบสร้างให้เห็นว่าบทบาทในการเป็นผู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ทำความสะอาดเป็นเรื่องดีงามสำหรับผู้หญิง สิ่งเหล่านั้นประกอบสร้างผู้หญิง จากการต่อยอดว่าสตรนั้นถนัดใช้ความรู้สึก ใช้ความรู้สึกนำ จึงควรจะอยู่ในสถาบันที่ดูแลความรู้สึกอย่างบ้าน


การที่ดิสนีย์ให้สัญญะว่าเครื่องอาภรณ์เดียวของสตรีคือความสวย ถูกสื่ออย่างชัดเจน ผ่านซินเดอเรลล่า คืนทั้งคืนที่เจ้าชายใช้เวลาเต้นรำไปกับซินเดอเรลล่า โดยไม่ได้ถามชื่อเธอด้วยซ้ำ นั่นยิ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งเดียวที่เขาให้ความสำคัญคือความสวยของซินเดอเรลล่า ซ้ำร้ายในวันรุ่งขึ้นเขายังลืมหน้าเธอไปอีก เขาให้หญิงสาวทุกคนในอาณาจักรนี้ลองใส่รองเท้าคู่นั้นทุกคน เพราะลืมไปแล้วว่าหญิงงามคนนั้นเป็นใคร นี่หรือคู่ครองในฝันที่คุณอยากให้ลูกสาวคุณพบเจอ


A dream is a wish your heart makes ?


สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่เจ้าหญิงดิสนีย์ต่างมีร่วมกันคือ ความฝันของเธอ มิวสิคัลที่ร่ำร้องถึงความฝันที่ อยากจะเป็น อยากจะมี อยากจะไป การตัดสินใจเพื่อความฝัน เราจะเห็นว่าพวกเรานั้นถูกความฝัน(ของเจ้าหญิง)ประกอบสร้างขึ้นมาให้ฝัน(แบบเราเอง)


เราเห็นซินเดอเรลล่า กับความฝันที่จะไปยังปราสาท ออกไปจากชีวิตที่ลำบากนี้ของเธอ หรือจะเป็น เอเรียล กับความฝันที่อยากจะเป็นอย่างมนุษย์ เป็นส่วนหนึ่งของโลกงามที่เธอมองเห็นจากท้องทะเล หรือเบลล์ที่มีฝันอยากจะผจญภัย พบเจอที่สิ่งแปลกใหม่ เหมือนในนิยาย ที่ต่างกับชีวิตในชนบทของเธอ



ทุกคนต่างมีฝัน แล้วทำไมฉันจะไม่มีล่ะ เด็กสาวทุกคนถูกประกอบสร้าง โดยการถูกตั้งคำถามมาตลอดว่า ฝันอยากจะเป็นอะไร เราล้วนต้องกำหนดแน่ชัด จำกัดความความฝัน ความต้องการ ออกมาให้ได้ เหมือนกับที่เจ้าหญิงดิสนีย์ร้องเพลงเกี่ยวกับมัน บทบาทของหญิงสาว เป้าหมายในชีวิตของหญิงสาวถูกเอาไปเกี่ยวผูกไว้กับความฝัน ไม่ใช่เป้าหมายที่ชัดเจน อย่างเป็นรูปธรรม


จากการสัมภาษณ์ ยากที่จะปฏิเสธว่า เด็กสาวที่ดูการ์ตูนดิสนีย์เมื่อสิบปีก่อน ที่เติบโตมาเป็นหญิงสาวทุกวันนี้ต่างมีฝันทุกคน และเธอก็ให้ความสำคัญกับฝันนั้นเป็นอย่างมาก พวกเธอเลือกจะตอบว่า การไปถึงความฝันนั้นสำคัญที่สุด แม้เส้นทางจะไม่ได้สวยหรู แต่ก็อยากไปให้ถึงฝัน


เหมือนกับที่ซินเดอเรลล่าได้แต่พร่ำเพ้อถึงฝันว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้มันมา เธอไม่ได้พยายามช่วยตัวเองหรือเรียกหาความช่วยเหลือ แต่เธอแค่รอคอยให้ใครนางฟ้ามาช่วยเธอ สร้างกรอบให้ผู้หญิงว่าการจะลุกขึ้นมาสู้นั้นแสนยาก รอให้กระแสแห่งเวลามาช่วย หากอ้างอิงจาก ซีโมน เดอ โบวัวร์ นักปรัชญาสตรี ชาวฝรั่งเศส ผู้หญิงนั้นเป็นเหยื่อของกระแสเวลา รอคอยให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ก็เพราะว่า สังคมประกอบสร้างให้เธอไม่เชื่อใน อิสรภาพการกำหนดตัวเอง เธอจึงต้องเชื่อในอนาคต สนใจจุดหมายอย่างนึงให้ชัดเจน ซึ่งก็คือความฝัน


เหตุปัจจัยอะไรที่ทำให้ เด็กสาวและผู้หญิงล้วนตกอยู่ใน กระแสแห่งเวลา อิทธิพลของเวลาเป็นเรื่องจริงที่ประกอบสร้างผู้หญิง สตรีเป็นเช่นนี้เพราะ ยึดติดกับกิจวัตร จมปลักกับความจำเจ เพราะเวลาไม่ใช่กระแสอันสร้างสรรค์ หลายอย่างที่ผู้หญิงต้องเผชิญล้วนแล้วแต่เป็นวัฏจักร เธอต้องเผชิญกับวัฏจักรแห่งประจำเดือน การตั้งครรภ์ การเฝ้ารอผักที่เน่าเสีย ผลไม้จะสุกงอม ซึ่งเป็นอิทธิพลมาจากบทบาททางเพศที่ถูกกดไว้เพียงสถาบันครอบครัว จึงส่งผลให้สตรีตกอยู่ใต้กระแสของเวลา และ อิทธิพลของสื่อที่กระตุ้นให้สตรีร่ำร้องถึงอนาคตที่จับต้องไม่ได้



จากการเฝ้าคิดถึงแต่ฝัน ส่งผลไปถึงค่านิยม การมีพื้นที่และบทบาททางการเมือง การที่บทบาทสตรีมีน้อยในสถาบันสังคมต่างๆและเธอยังคอยเกาะเกี่ยวกับความฝันอีก ทำให้บทบาทหน้าที่ทางการเมืองของเธอลดลงไปเหลือเพียงการแต่งงานเท่านั้นในการ์ตูนดิสนีย์ อย่าง ออโรร่า (เจ้าหญิงนิทรา) เธอหมั้นกับเจ้าชายตั้งแต่เกิด เป็นเพียงอำนาจเดียวของเธอในการเมือง หรือ เจ้าหญิงจัสมิน ที่การสมรส จะนำมาซึ่งความชอบธรรมทางกฏหมาย อำนาจทางการเมืองของเธอถูกลดทอนเหลือเพียงความสามารถในการแต่งงานกับบุรุษเมืองอื่น

การที่ดิสนีย์ละเว้นความสำคัญทางการเมือง ของเจ้าหญิง ที่ควรค่าแก่การมีบทบาททาการเมือง โดยไปเล่า ความฝัน ความรักของเจ้าหญิงแทน นั่นทำให้บทบาททางสังคมของผู้หญิงถูกมองข้าม เด็กสาวไม่ได้เห็นแง่มุมที่เธอนั้นจะได้มีความสำคัญทางการเมือง ผลกระทบของการตัดสินใจของเธอต่อบ้านเมือง เชิงประจักษ์ เธอไม่เห็นคนที่เหมือนเธอ อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจเรื่องนี้ ได้จัดการเรื่องนี้ในสื่อที่ผ่านตา แล้วเธอจะอยากมีอำนาจทางการเมือง ทางการมีสิทธิมีเสียงไปทำไม เมื่ออำนาจเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ไกลตัว และไม่น่าสนใจในสายตาเธอ คนละชั้นกับความฝัน


No Happily ever after for you unless…


เมื่อเรื่องดำเนินไป ปัญหาทุกอย่างจะเริ่มคลี่คลายเมื่อมีชายรูปงามก้าวเข้ามาช่วยเหลือเธอ และเรื่องราวจะจบอย่างมีความสุขเมื่อเธอและเขาได้อภิเษกสมรส และครองคู่กันอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์ เรื่องราวของเจ้าหญิงดิสนีย์ล้วนจบอย่างนี้ทั้งนั้น


เรื่องราวของเจ้าหญิงดิสนีย์ได้ให้ค่าของ บุรุษไว้เป็น ความฝันที่จะเติมเต็มตัวหญิงสาว อย่าง เจ้าหญิงเงือกน้อย เอเรียลเป็นเงือกสาวที่ชื่นชอบโลกมนุษย์ จนวันหนึ่งเธอตกหลุมรัก ชายแปลกหน้า เธอต้องการจะเป็นมนุษย์เพื่อได้รักกับเขา เอเรียลยอมเสียสละ หางและเสียงของเธอซึ่งเป็นความสามารถที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพื่อแลกกับขาและได้ไปอยู่กับชายในฝัน เธอยอมเสียสละทุกสิ่งเพื่อได้พบกับ Happily ever after ในแบบฉบับของเธอ


การให้คุณค่ากับการแต่งงานเป็นปลายทางของชีวิตของหญิงสาว ของการ์ตูนดิสนีย์ ประกอบสร้างความฝันอีกมากให้เด็กสาว ถึงงานแต่งงานในฝัน หรืออะไรก็ตามแต่ เราพบเห็น ธุรกิจจัดงานแต่งงานจากธีมเจ้าหญิงดิสนีย์ เด็กสาวมากมายมีความฝันจะได้พบกับความสุขในปลายทางเมื่อได้เจอชายคนรัก จัดงานแต่งงานอลังการเสมือนตนเป็นเจ้าหญิง สวมชุดราตรีฟูฟ่อง เพราะสื่อที่แสดงให้เห็นถึงภาพอันสวยงามในวัยเด็กของเธอมีเพียงแต่ฉายภาพแบบนั้น จนสิ่งเหล่านั้นล้วนประกอบร่างความคิดเธอขึ้นมา



เมื่อภาพ จบบริบูรณ์ อันงดงามฉายขึ้นจอ เราก็จะลืมไปแล้วว่าระหว่างทางนั้น เกิดเรื่องไม่ดีอะไรขึ้นบ้าง เพราะหากชายคนนั้น และหญิงสาวได้สมรสกัน ก็เป็นการจบอย่างงดงามแล้ว เห็นได้ชัดอย่างใน สโนว์ไวท์ ณ ตอนท้ายของเรื่อง เธอยินยอมแต่งงานกับชายแปลกหน้าที่จุมพิตเธอ ในตอนที่เธอหลับไป เพราะแอปเปิ้ลอาบยาพิษ หรือเจ้าหญิงนิทราที่ได้รับจุมพิตจากรักแท้จากชายที่เธอพบหน้าเพียงไม่ถึงนาทีกลางป่า และแต่งงาน ครองคู่กันต่อไป


ไม่มากก็น้อยการกระทำเหล่านั้นแสดงถึง Rape culture หญิงสาวไม่มีสิทธิปฏิเสธ ไม่ได้แสดงว่าเธอตอบรับยินยอม เพียงแต่เธอได้รับจุมพิตนั้นแล้ว เธอจึงจำเป็นต้องตื่นมารักกับเขา เพราะหากว่าเด็กสาวที่นั่งดูอยู่พบว่า ผู้ที่ได้จุมพิตของเธอไป ไม่ใช่คนรักของเธอล่ะก็ นั่นคงเป็นฝันที่สลาย


ไม่เพียงเท่านั้น ชุดความคิดเหล่านี้ ที่แสดงให้เห็นว่า ความรักครั้งแรก จูบครั้งแรก เป็นความบริสุทธิ์ สร้างค่านิยม หญิงสาวต้องรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้คู่กาย ครั้งแรกที่ชายคนใดได้ไป ชายคนนั้นก็จะเป็นผู้ที่แต่งงานกับเธอ เป็นการฝังวาทกรรม แห่งความบริสุทธิ์ให้หญิงสาว เหมือนหากเธอสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว สิ่งที่ตามมาก็ไม่บริสุทธิ์เสมอไป ฝังรากความคิดที่ ชายจะเป็นเจ้าของการกระทำเหล่านั้น เป็นเจ้าของประสบการณ์นั้นๆของหญิงสาว และถ้าความบริสุทธิ์นั้นเป็นของชายคนเดียวกับที่เธอสมรส เธอจะมีค่ายิ่งกว่าเดิม


Beautiful like Princess


สิ่งที่เจ้าหญิงดิสนีย์ประกอบสร้างสตรี เหนือกว่าการขุดฝังความคิด คือการฝังภาพความงาม และสิ่งเหล่านั้นกระทบเป็น ปัญหา Body issue ภาพที่เจ้าหญิงแสดงออกมา ทั้งความ ผอมเพรียว เครื่องหน้างดงาม เอวคอดเล็ก ผิวขาวผุดผ่อง เหล่านั้นล้วนเป็น ความงามแบบ Eurocentric ที่ไม่ใช่หญิงสาวทุกคนบนโลกสามารถเป็นได้ ความงามที่สร้างแม่แบบ ว่าแบบไหนคือสวยที่สุด เป็นเจ้าหญิงมากที่สุด และลดค่าความงามแบบอื่น การวางความงามของตัวร้าย คนใช้ กับเจ้าหญิงที่มีเครื่องหน้า รูปแบบความงามต่างกัน ตัวประกอบที่จะมีโครงหน้าแบบนึง รุปจมูกอีกแบบนึง




ความเป็นเจ้าหญิงนั้นรวมไปถึงบุคลิก บุคลิกอย่างไหน ถึงเรียกว่างดงาม เรียบร้อย ประหนึ่งเจ้าหญิง สร้างกรอบการกระทำ ต้องใจดี มีเมตตา โอบอ้อมอารี ต่อคนรอบตัว สิ่งเหล่านี้ ประกอบสร้างภาพสตรีในฝันมาเกินครึ่งศตววรษ เราจึงยังอยู่ในยุคสมัย แห่ง Princess Culture สร้าง Women Culture ที่ต้องเป็นหญิงสาวที่ฉลาด พูดจาไพเราะ งดงาม และผอมบาง น่าทะนุถนอม จึงเป็น หญิงสาวที่นับว่าดีพร้อมได้ หากใครฉีกกรอบนี้ออกไป ก็จะเป็นหญิงสาวแบบอื่นไป


ความฝันของเราคือคำอธิษฐานจากหัวใจจริงหรือ? นี่อาจจะให้คำตอบได้แล้วว่า บางทีความฝันของหญิงสาวอาจจะเกิดจากสังคม และโลกที่สร้างผ่านสื่อ ที่คุณดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อครั้งยังเป็นเด็กสาว แต่เมื่อความคิดของมนุษย์นั้นเดินหน้าไปตลอด เราก็จะค่อยๆเห็นความพัฒนาของตัวละครเจ้าหญิงดิสนีย์ ตัวละครราพันเซลที่เธอเลือกจะฝ่าฟันอุปสรรคด้วยความสามารถตนเอง ตัวละครเอลซ่าที่ไม่จำเป็นต้องจบ Happily ever after ด้วยการแต่งงาน จิตสำนึกของแต่ละยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป แต่หลากหลายวาทกรรมยังคงฝังรากลึกอยู่


พื้นที่ทางเพศของสตรี ลักษณะทางเพศของสตรี ยังคงเกาะติดกับสังคมอย่างปฏิเสธไม่ได้ การนิยามทางเพศที่ได้รับผลมาจากสื่อเหล่านี้ ยังคงมีผลกับชีวิต และเป้าหมายในชีวิตของสตรี โลกยังคงปฏิบัติกับเราเช่นนั้น และเรายังคงปฏิบัติไปตามระบบเช่นนี้ โดยไม่ได้ต่อต้าน เราทุกคนก็ยังเป็น ร่างทรงแห่งวาทกรรมกำหนดสตรี ที่เฝ้ารอการปลดเปลื้องความเข้มข้นของค่านิยมลงไปเรื่อยๆ ตามกระแสแห่งเวลา


 
 
 

Comments


Post: Blog2_Post
bottom of page