THE HANDMAIDEN and korean cinema
- AIM EI P.

- Jun 3, 2020
- 2 min read
ภาพยนตร์เกาหลีสร้างขึ้นในปี 2016 โดยผู้กํากับปาร์ค ชาน วุค เป็นเนื้อเร่ืองที่ดัดแปลงมาจากนิยาย Fingersmith ของอังกฤษแต่ได้ถูกเปล่ียนแปลงสถานท่ีมาอยู่ในเกาหลีปี 1930 ยุคใต้การปกครองของจักรวรรดิ ญี่ปุ่น ในช่วงปลายสงครามโลกคร้ังที่สอง เป็นเรื่องราวของการแก้แค้น ความโลภ และ ความลุ่มหลง นักต้มตุ๋น ‘ท่านเคาต์ฟูจิวาระ’ และ นักล้วงกระเป๋าชื่อ ‘ซูคี’ ที่เข้ามาทํางานเป็นหญิงรับใช้ของท่านหญิง ‘ฮิเดโกะ’ ทั้งสองวางแผนกันท่ีจะหลอกลวงลุงของท่านหญิง เพ่ือจะได้แต่งงานเอาสมบัติและวางแผนจะส่งตัว ท่านหญิงเข้าโรงพยาบาลบ้า แต่แล้วความสัมพันธ์ของซูคีและฮิเดโกะกลับลึกซึ้งผูกพันจนนําไปสู่การวางแผน ตลบหลังเพื่อแก้แค้นท่านเคาต์ฟูจิวาระและท่านลุงของเธอเพ่ือท่ีท้ังสองจะได้เป็นอิสระจากที่แห่งน้ีแทน ภาพยนตร์เรื่องน้ีถูกจัดวางอยู่ในประเภท Erotic Thriller แต่สําหรับดิฉันแล้วการจํากัดความประเภทของ หนังเรื่องน้ีน้ันยากมาก เพราะโทนของเนื้อหาจะเปล่ียนไปตลอด เราจะเห็นจังหวะของความรุนแรง ความคล่ังไคล้ จังหวะท่ีน่าขยะแขยง หรือบางจังหวะท่ีอบอุ่นอย่างลึกซึ้ง การท่ีภาพยนตร์หน่ึงเร่ืองสามารถทํางานกับผู้ชมได้ หลากหลายอารมณ์ นี่คือเสน่ห์ของ Korean Cinema ท่ีเราเห็นจากภาพยนตร์เรื่อง ภาพยนตร์เร่ืองนี้ฉายภาพประเทศในช่วงประวัติศาสตร์ที่คนเกาหลีอยากลืมมากท่ีสุดคือการอยู่ภายใต้ การปกครองของญ่ีปุ่น จะเห็นได้ว่าในช่วงปี 2015-2018 ทั้งภาพยนตร์เกาหลีและละครเกาหลีต่างเร่ิมกลับมาเล่า ในประเด็นนี้กัน อย่างซีรี่ส์เรื่องดัง Mr.sunshine ก็เล่าการต่อสู้ของขบวนการกู้ชาติที่อยู่ในสภาวะสังคมเดียวกับใน เรื่อง The Handmaiden เป็นการกลับไปมองย้อนบทบาทของประเทศ ที่ความเป็นชาติของเกาหลีถูกกระทํามา ตลอดประวัติศาสตร์
เราจะเห็นได้ต้ังแต่ในภาพยนตร์เกาหลีตั้งแต่ช่วง 1945 ช่วงเวลาหลังสงคราม ภาพยนตร์จะมีเนื้อหาไปใน เชิงต่อต้านญ่ีปุ่นและคนท่ีเข้าข้างญี่ปุ่นจะถูกมองว่าเป็นกบฏ ตัวละครเอกสุดท้ายแล้วจะต้องหันกลับมาเข้าข้าง เกาหลี จนถึงยุค 2010s เน้ือหาในภาพยนตร์เกาหลีแสดงออกถึงความหวงแหนในเสรีภาพและประชาธิปไตยมาก ข้ึนมาตลอด เป็นการแสดงความต่อต้านประวัติศาสตร์ของชาติเกาหลีได้ และปลุกระดมให้มุ่งเน้นความชาตินิยม
ตัวละครในภาพยนตร์จะถูกวางเป็นตัวแทนของคนเกาหลีในจุดยืนต่างๆของยุคสมัยนั้น เช่นการที่ท่านลุง ของฮิเดโกะเป็นชาวเกาหลีที่อยากเข้ากับพวกญี่ปุ่น จึงหย่าขาดกับคนรักและไปแต่งงานเพื่อเอาสัญชาติ หรือที่สื่อ ออกมาผ่านไดอะลอค “เกาหลีนั้นน่าเกลียด ญี่ปุ่นสิสวยงาม เกาหลีไม่มีความหวังอีกต่อไป” คําพูดจากปากของ ตัวละครท่านลุงเอง เราจะเห็นสภาพการณ์ของประเทศที่เชื่อมมาจากการเป็นชาติที่ถูกกดขี่ หรือหากไม่ปรารถนา ที่จะหลีกเร้นจากญี่ปุ่นภายใต้เกาหลีก็ต้องใช้ประโยชน์จากการถูกครอบงําด้วยอํานาจนั้นอย่างท่านเคาต์ฟูจิวาระ หรืออย่างท่านลุงที่พยายามจะเป็นสิ่งนั้น ลุ่มหลงคลั่งไคล้วัฒนธรรม ชอบชุงกะยุคเอโดะของญี่ปุ่น แต่หาก ปรารถนาที่จะหลีกเร้นบทบาทก็จะเป็นการต่อสู้และนํามาซึ่งชัยชนะของปัจเจกชนเกาหลี ที่เราเห็นได้จากการต่อสู้ เพื่อเสรีภาพของตัวเอกอย่าง ซูคี ที่สุดท้ายแล้วเลือกจะทําลายสิ่งที่กดทับชีวิตของฮิเดโกะไว้แล้วจากไป

บทบาทของสตรีในเรื่อง The handmaiden ได้ปลดแอกจากกรอบของสังคมที่วางผู้หญิงไว้ที่เป็นเพียงแค่ วัตถุ วัตถุท่ีสามารถชักจูงไปหลอกล่อคนอื่นได้ วัตถุที่จะนําพามาซ่ึงความมั่งคั่ง วัตถุที่ใสซื่อรู้ไม่ทัน สะท้อนให้เห็น ความเป็นชาติท่ีถูกกระทํามาตลอดในประวัติศาสตร์ (Nation of oppression) และบทบาทของตัวละครในเรื่องก็ เป็นผลพวงความเจ็บปวดทางประวัติศาสตร์ที่ฝังลงในตัวบุคคล ส่งต่อกันในสังคมเห็นได้จาก Sex obsession จากตัวท่านลุงที่คอยสอนให้น้าของฮิเดโกะอ่านชุงกะ (กวีอีโรติกโบราณของญี่ปุ่น) น้อมนําเอาวัฒนธรรมจากญี่ปุ่น มากดทับสตรี และเมื่อน้าของเธอเสียชีวิตลง ฮิเดโกะก็ต้องรับผลพวงความเจ็บปวดของการเป็นเครื่องมือทางเพศ นั้นสืบมา เพ่ือสนองตัณหาความคลั่งไคล้ของเพศชายรอบตัวเธอ
นอกจาก Sexual fantasy obsession จากพิธีการอ่านชุงกะในเร่ืองแล้วนั้นเรายังเห็น Rape culture ของเพศชายในเกาหลีหรือความชอบท่ีจะให้ความชอบธรรมกับการใช้กําลังทางเพศ ที่ยังคงเป็นประเด็น contemporary มาตลอดทุกยุคสมัย ต้ังแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในยุคสมัยเก่า จนถึงทุกวันนี้ท่ีเรายังเห็นข่าวอย่างผู้มี อํานาจในเกาหลีข่มขืนคนในปกครองตัวเองเมื่อไม่กี่วันก่อน หรือ ข่าวห้องแชทลับ Nth Room ท่ีมีคลิปภาพข่มขืน หญิงสาวและเด็กมากมายที่มีชายกว่าสองแสนคนสมัครสมาชิกรายเดือนในนั้น
สื่อและหนังสือมีผลอย่างมากกับความคิด Rape culture (ความคลั่งไคล้ Romanticize การข่มขืน) ของ คนในสังคมที่ถูกสื่อผ่านตัวละคร สอดคล้องกับทฤษฎีเพศวิถีของ Catherine Mckinnon ที่มักถูกกล่าวถึงในวงการ เฟมินิสต์ของเกาหลี ท่ีกล่าวว่าสื่อลามก ทั้งหนัง นิยาย ภาพวาด ทําให้เพศชายมีความเช่ือผิดๆเกี่ยวกับเซ็กส์ และ คล่ังไคล้ในเซ็กส์แบบที่ตนต้องการ ส่งผลให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Male gaze ประเด็น Male gaze หรือ มุมมองทางเพศที่ถูกผลิตจากผู้ชายเพื่อประโยชน์ทางกามารณ์ของเพศชายเอง นั้น ถูกเน้นเด่นชัดในตัวละครเอกชายทั้งสองตัว ท่านเคาต์ฟูจิวาระที่พยายามใช้กําลังกับฮิเดโกะเพื่อข่มขืนเธอ โดย กล่าวออกมาว่า “ผู้หญิงจะรู้สึกสุขสมที่สุดเวลาโดนใช้กําลัง” หรือเมื่อท่านลุงพยายามเค้นหาคําตอบว่าฮิเดโกะ เป็นอย่างไรในคืนเข้าหอกับฟูจิวาระอย่างกระตือรือร้น ทั้งถามว่าเธอร้องไหม เธอเจ็บไหม ได้ทําอะไรเธอบ้าง ตบ เธอไหม ในซีนที่ทั้งสองอยู่ในห้องทรมาน บทพูดที่แสดงทั้งความเชื่อเรื่องการข่มขืนที่สุขสม หรือรสนิยมทางเพศที่ บิดเบี้ยวเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความมีอิทธิพลของสื่อลามกที่มากําหนดคุณค่าของผู้หญิงและกําหนดมุมมองทาง เพศของผู้ชาย สําหรับในเรื่องก็คือเหล่าภาพวาดและบทกวีชุงกะ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็ยังคงมีอยู่ในวัฒนธรรมเกาหลี แต่แปรเปลี่ยนไปเป็นอุตสาหกรรม
ไอดอล นางแบบ ที่มาตีกรอบผู้หญิงในสังคมทางเพศในประเทศเกาหลีต่อมา

กรอบสังคมของสตรีมีบทบาทมากในเรื่องน้ีที่ตัวเอกท้ังคู่เป็นผู้หญิงที่ต้องการจะปลดแอกจากการตีความ คุณค่าของสังคม อย่างฮิเดโกะที่ในทีแรกเธอต้องอยู่ในกรอบเป็นผู้หญิงแบบ submissive ใช้ชีวิตไปตามเส้นทางที่ ท่านลุงวางไว้ตั้งแต่เด็กเพียงอ่านเขียนหนังสือเท่านั้น กรอบทางสังคมใน The Handmaiden ถูกส่ือผ่านถุงมือที่ ท่านหญิงฮิเดโกะใส่ โดยต้ังแต่ครั้งแรกที่บทบาทของถุงมือปรากฏขึ้น คือเมื่อเธอต้องไปทําหน้าที่อ่านหนังสือให้ ท่านลุงตอนเร่ิมเรื่อง หลังจากน้ันทุกคร้ังที่เธอใส่ถุงมือจะแสดงให้เห็นการยอมเป็นผู้หญิงที่ Submissive และถูก ครรลองของสังคมที่ตีกรอบไว้ แต่เมื่อเธอถอดถุงมือออก ทุกอย่างจะเปล่ียนไปโดยส้ินเชิง เธอจะทําสิ่งที่กบฏต่อ กรอบความคาดหวังของสังคม อย่างเช่นในซีนที่เธอจงใจส่งซูคีเข้าโรงพยาบาลบ้า หรือซีนที่เธอสําเร็จความใคร่ ด้วยตัวเองในคืนเข้าหอต่อหน้าคนที่ได้ช่ือว่าเป็นสามีอย่างฟูจิวาระ การถอดถุงมือออกเป็นสัญญะที่ชัดเจน ถุงมือ กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงว่าน่ันเป็น Performance (การแสดง) ของเธออยู่นั่นเองและเราจะเห็นในตอนจบว่า ฮิเดโกะและซูคีได้โยนถุงมือทิ้งไปพร้อมกับแหวนแต่งงานแสดงถึงการปลดแอกตัวเองออกจากขนบของสังคม เกาหลี และก้าวไปข้างหน้าด้วยตัวตนที่เธอเลือกเอง

นอกจากการนําเสนอความเป็นหญิงแล้ว The Handmaiden ยังพูดถึงความเป็นชายในสังคมเกาหลีอีก ด้วย ใน Korean Cinema พูดถึงความเป็นชายมาโดยตลอดเพราะในสังคมเกาหลีใต้ ผู้ชายนั้นเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ ภาพลักษณ์ความเป็นชายในสังคมเกาหลีจึงถูกฉายออกมาในรูปแบบที่ต่างกันอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ยุค 50s ที่ถูก ฉายว่าเป็นฮีโร่หรือช่วง 60s ถึง 70s ก็จะฉายภาพความเป็นลูกผู้ชาย มาถึงช่วง New Korean Cinema ที่ความ เป็นชายในภาพยนตร์ถูกพูดถึงต่างออกไป ตรงกันข้ามกับเทรนด์ในสมัยใหม่ที่ตัวละครเพศหญิง จะถูกนําเสนอให้เห็นด้านเข้มแข็งและมีเล่ห์เหลี่ยม มากขึ้น ในทางตรงกันข้ามตัวละครชายในเรื่องได้ฉาย ภาพให้เห็นความเปราะบาง เป็นตัวละครที่ทําลาย มายาคติความเป็นลูกผู้ชายที่เป็นฮีโร่หมดไป แต่ตัว ละครเหล่านั้นที่ถูกมองว่าเป็น Intellectual young men อย่างท่านเคาต์ฟูจิวาระ กลับพบเจอกับปัญหาที่ เกิดจากความเป็นชายเอง ที่นอกจากความโลภ อยากได้อยากมีสมบัติแล้ว เขาเผชิญกับปัญหา เปลี่ยนชีวิตที่เกิดจากความลุ่มหลงในเซ็กส์และผู้หญิง
เราเห็นตัวละครชายค่อยๆเผยความอ่อนแอออกมา เรื่อยๆ เมื่อเรื่องเริ่มดําเนินเข้าไปสู่จุดจบ เราเห็นท่านเคาต์เผยความรู้สึกที่ลึกซึ้งขึ้นกับตัวละครท่านหญิงฮิเดโกะ และเห็นความคลั่งไคล้จนไร้สติของท่านลุงในตัวของหญิงสาวคราวลูกในจุดสุดท้ายของชีวิตตัวละคร ภาพลักษณ์ ความเป็นชายในสังคมเกาหลีค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

เราจะเห็นได้ว่าในภาพยนตร์ฉายภาพความเป็นมาของสังคมเกาหลีสะท้อนมาถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ตัวหนังพาเราไปดูอิทธิพลต่างๆจากเหตุการณ์ทางการเมืองของเกาหลีจากมุมมองของผู้กํากับอย่าง Park- Chanwook ที่เป็นผู้กํากับท่ีอยู่ในกลุ่มผู้กํากับ 386 และมีส่วนในการสร้างมูฟเม้น Korean New wave เขาผ่าน เหตุการณ์ทางการเมืองอย่าง เหตุการ์ณกวางจู และมีอายุมากพอที่จะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์จากมุมมองของคนที่ เกลียดชังญ่ีปุ่นมากๆ นอกจากนี้ Park chan wook ยังเล่าความรุนแรงของการเมืองและชนช้ันผ่านจิตสํานึก ทางการเมืองที่เปล่ียนไปจากเดิม เราจะเห็นความโหยหาสิทธิเสรีภาพและความหวงแหนเจตจํานงส่วนบุคคล จาก หลักความคิดเหล่านั้น ที่ส่ือมาผ่านตัวผู้กํากับและเป็นรากฐานใหญ่ของ Korean national cinema ท่ียึดโยงกับ เสรีภาพ การก้าวข้ามการกดข่ี และความเชื่อม่ันในเสรีนิยมของชาวเกาหลี ที่จะเดินทางไปข้างหน้าอย่างเสรี เหมือนอย่างในฉากจบของเรื่องนี้ที่เรือของหญิงสาวทั้งสองต่างล่องออกไปท่ามกลางมหาสมุทรเบื้องหน้า Aim-ei



Comments